ุตัวแทน +ขายปุ่ย +ปุ๋ยแคปซูล +นาโน บริษัท เยส ไอ แคน คอเปอเรชั่นไทยแลนด์ อาหารพืชนาโนเกษตร อาหารเสริม นาโน สเต็มเซลล์ สเปรย์-เอ็กซ์แฟคเตอร์ หนังสือเกษตรบาทความใหม่ที่เป็นความรู้ทางการเกษตรแนวใหม่ สำหรับการทำการเกตรหลังจากผิวดินเสื่อมโทรม,การบำรุงดิน ,การกำจัดแมลง-ศัตรูพืช,โรคที่เกิดกับพืช,การใช้ปุ๋ยเคมี,การใช้ปุ๋ยอินทรีย์,การใช้ปุ๋ยนาโน,การใช้ปุ๋ยจุลินทรีย์,การใช้จุลินทรีย์กำจัดแมลง
dot dot
จำนวนผู้ชมเว็บไซต์
ยังไม่มีสมาชิกที่ล็อกอินในขณะนี้
bulletบุคคลทั่วไป 28 คน
dot
dot
เกี่ยวกับองค์เทพ
dot
dot
เกี่ยวกับธุรกิจเครือข่าย
dot
dot
อาหารเสริมเพื่อสุขภาพ
dot
dot
หมวดสินค้า/บริการ
dot
dot
รวมลิงค์เว็บเพื่อนบ้าน
dot
dot
ตรวจล็อตเตอร์รี่
dot
dot
มิตรภาพสำหรับเพื่อน
dot
dot
ความรู้ทั่วไป
dot
bulletศูนย์บริการเยสไอแคนกัมพูชา


ถั่วดาวอินคา ปุ๋ยแคปซูลนาโน บริษัทเยสไอแคน
ปุ๋ยใส่ต้นปาล์มน้ำมัน
ปุ๋ยแคปซูลสำหรับนาข้าว
ปุ๋ยสำหรับต้นยาง เพิ่มน้ำยาง
จำหน่ายมีดกรีดยาง ตรานกเงือก คุณนุ้ย
ปุ๋ย สำหรับยาสูบใบใหญ่
ปุ๋ยนาโน กับ อ้อยตอ
ฮอรโมนเร่งดอกเห็ดโทร.0819883799
เอ็กซ์แฟคเตอร์ อาหารเสริมชะลอแก่
แคปซูลนาโน กับมะระจีน
ปุ่ยนาโน ใส่บวบ
ปุ๋ยนาโนกับข้าวโพด
ปุ๋ยเร่งหัวมันสำปะหลังใหญ่


หนังสือเกษตร

 การเกษตร หมายถึงการทำการผลิตที่ได้จากการปลูกพืชและรวมถึงการเลี้ยงสัตว์ แต่ที่เน้นย้ำความหมายที่มุ่งไปในด้านของการเกษตรเรื่องการปลูกพืชเป็นส่วนใหญ่ การทำการเกษตรในการปลูกพืชเป็นเป็นปัจจัยหลักที่สำคัญมีผลต่อการเปลี่ยนแปลงในด้าน การเมือง เศรษฐกิจ และสังคมของประเทศ การเกษตรช่วยหล่อเลี้ยงชีวิตของคนทั้งโลก ซึ่งทำเลที่ตั้งของประเทศไทยเป็นพื้นที่ป่าเขาและที่ราบสมบูรณ์ที่เหมาะสำหรับการทำการเกษตรเป็นส่วนใหญ่

แนวคิดทางการเกษตร (การเพาะปลูกพืช) ในปัจจุบันแบ่งแนวคิดทางการเกษตร ออกเป็น  แนวคิดเกษตรอินทรีย์ แนวคิดเกษตรเคมี แนวคิดเกษตรผสมผสาน และแนวคิดเกษตรธรรมชาติ แนวคิดและวิชาการแหล่งความรู้เรื่องการเกษตร ได้ถูกรวบรุวมไว้ในหนังสือเกษตรที่มีให้ศึกษา ซึ่งความรู้เหล่านี้ได้ถูกรวบรวมจากผลการวิจัยและประสบการณ์ของนักวิชาการเกษตร กลุ่มเกษตรกร ที่มีประโยชน์อย่างมาก

1. แนวทางเกษตรอินทรีย์ แนวทางทางนี้เป็นแนวทางทำการเกษตรเพาะปลูกพืชที่เน้นหนักทางการบำรุงดินเพื่อให้ธาตุอาหารดินสำหรับการเจริญเติบโตของต้นพืชที่ได้จากธรรมชาตินำมาผ่านขบวนการเติมความสมดุลย์ให้กับดินที่ได้จากวัสดุจากซากสิ่งมีชีวิตในธรรมชาติ แนวทางเกษตรแบบอินทรีย์นี้ได้ถูกพัฒนามาจากการทำการเกษตรดั้งเดิมตั้งแต่มนุษย์เริ่มรู้จักการปลูกพืชไว้สำหรับบริโภค จากที่มีอยู่เดิมตามธรรมชาติ ซึ่งมนุษย์ไม่ได้ไปยุ่งเกี่ยวกับการสร้างความสมดุลย์ให้แก่ดิน ความอุดมสมบูรณ์ของแร่ธาตุในดินเกิดจากการทับถมจากซากพืช ซากสัตว์ที่เปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลา แต่เมื่อมนุษย์เริ่มรู้จักการทำการเกษตรเพื่อเพิ่มผลิต ซึ่งนำผลผลิตที่ได้นำเข้าสู่กระบวนการตลาดมากขึ้นจึงต้องเพิ่มปริมาณผลผลิต ความอุดมสมบูรณ์ของดินย่อมเสื่อมหรือธาตุอาหารพืชในดินเริ่มลดน้อยลง ได้แก่การปลูกพืชแบบเดิมตลอดเวลาได้แก่ การทำนาข้าว การทำไร่ หรือการทำผักสวนครัวเป็นต้น จึงต้องมีการเติมความสมบูรณ์ให้แก่ดินโดยเพิ่มธาตุอาหารพืชลงในดินที่เป็นจุดเปลี่ยนแนวคิดทางการเกษตรด้วยการรู้ไม่เท่าทันด้วยการนำเข้าสู่แนวทางเกษตรเคมีใช้ปุ๋ยเคมีบำรุงพืช 

  แนวทางเกษตรเคมี คือจุดเปลี่ยนมาจากการที่มนุษย์ต้องการเพิ่มผลผลิตทางการเพาะปลูก และได้รู้จักธาตุที่เกิดจากธรรมชาติ นำธาตุต่าง ๆ ที่มีอยู่มารวมตัวเพิ่มจำนวน ด้วยกระบวนการผลิตทางวิทยาศาสตร์ ที่เริ่มต้นด้วยการผลิตธาตุ ไนโตรเจน ฟอสฟอรัส เป็นส่วนใหญ่ที่ใช้ในทางการทหารตั้งแต่สมัยก่อนสงครามโลกครั้งที่ 2  ซึ่งเคมีธาตุเหล่านี้ได้นำมาใช้ประโยชน์เป็นส่วนประกอบในการทำอาวุธทางการทหาร เช่นทำเป็นส่วนประกอบในการทำวัตถุระเบิด  เมื่อสงครามโลกครั้งที่ 2 ได้เสร็จสิ้นลงจึงได้ทำการชำระเคมีธาตุเหล่านี้นำไปทิ้งทำลายในป่าท้องทุ้งที่รกล้าง จึงได้ปรากฏการณ์ มีพืชพันธุ์ไม้งอกงามขึ้นมาก จึงได้นำมาแปลเปลี่ยนเป็นธาตุอาหารให้แก่พืช เรียกว่า ปุ๋ย จนในที่สุดธาตุต่าง ๆ เหล่านี้ได้เข้ามาสู่พื้นที่ทางการเกษตรของประเทศไทยที่ถูกส่งมาจากต่างชาติ  เกษตรกรจึงได้นิยมใช้ปุ๋ยเคมีเพื่อเพิ่มผลผลิตได้จำนวนมาก ๆ ในสมัยแรกใช้ เนื่องจากเป็นการเพิ่มธาตุให้แก่พืชที่ต้องการซึ่งเรียกว่าธาตุอาหารหลักของพืช ที่ประกอบด้วย ธาตุไนโตรเจน ธาตุฟอสฟอรัส และธาตโปรตัสเซียม เมื่อใช้กันอย่างแพร่หลาย และปลูกพืชแบบเดิมตลอดเป็นเวลาต่อเนื่องไม่น้อยกว่า 5 ปี สภาพของดิน หรือความสมดุลย์ของดินที่เป็นไปตามธรรมชาติ จึงเกิดแปลเปลี่ยน ความเป็นกรด-ด่างของดินเปลี่ยนแปลงไปมาก ดินเปรี้ยว ดินเค็ม ดินเป็นด่างจัด ดินจับตัวแน่น เรียกว่าดินเสื่อม ผลผลิตที่เคยได้เริ่มลดน้อยลง มนุษย์เริ่มตื่นตัวทางวิชาการศึกษาเกี่ยวกับการเกษตรมากขึ้น จากการวิจัยและการพัฒนาที่ดินจึงพบได้ว่า สามารถที่ผลิตผลิตตกต่ำลงเกิดได้จาหลายสาเหตุ แต่สาเหตุหลักทีทำให้เกิดก็คือสภาพความอุดมสมบูรณ์ของดินกับน้อยลงเกิดจากสภาพความเสื่อมของดิน เนื่องมาจากการใช้ปริมาณของปุ๋ยเคมีที่นับวันเพิ่มปริมาณที่มากขึ้นเรื่อย ๆ จึงได้นำเข้าสู่แนวทางเดิมคือการเษตรแบบธรรมชาติดั้งเดิม แต่เนื่องจากกระทำได้ยาก ต้องใช้เวลานานที่จะต้องใช้ธรรมชาติบำรุงดิน จึงเป็นแนวนำทางเข้าสู่แนวคิดการเพาะปลูกแบบเกษตรแบบผสมผสานซึ่งเป็นแนวทางกลางที่สามารถทำการเพาะปลูกพืชเพื่อการค้าได้ โดยค่อยเริ่มปรับปรุงดิน ด้วยการเติมอินทรียืธาตุลงดิน และลดปริมาณปุ๋ยเคมีลงให้เหลือแค่เพียงพอสำหรับพืช
3 แนวทางเกษตรผสมผสานอินทรีย์เคมี เป็นเกษตรแนวใหม่ซึ่งยังคงต้องเพิ่มผลผลิตให้เพียงพอต่อความต้องการของมนุษย์ในด้านบริโภคเอง หรือเพื่อส่งขายเข้าสุ่ตลาดการเกษตร ยังคงใช้ปุ๋ยเคมีเหมือนเดิมเพียงแต่ลดปริมาณลง และเพิ่มการปรับปรุงบำรุงดินให้เกิดความสมดุลย์ และยังมีการเปลี่ยนแนวทางเพื่อให้ได้ผลในการบำรุงดินได้อย่างรวดเร็ว เปลี่ยนวิธีการให้ปุ๋ยเคมีลงดินเป็นการให้ปุ๋ยเคมีแก่พืชเหนือพื้นดิน โดยวิธีใช้การฉีดพ่นทางใบ แทนปริมาณปุ๋ยเคมีทางดินที่ถูกลดจำนวนลง และปัจจุบันยังเป็นวิธีการที่ใช้ได้ผลดีอยู่ แต่ก็ยังมีแนวคิดบางส่วนที่หยุดยั้งการใช้ปุ๋ยเคมีโดยสิ้นเชิง ใช้เพียงปุ๋ยธาตุอาหารพืชที่ได้จากสิ่งมีชีวิต และวัสดุที่เกิดจากพืชและสัตว์ในการปลูกพืชอย่างเดียว ซึ่งต้องการหันกลับเข้าสู่เกษตรอินทรีย์อย่างถาวร เรียกการเกษตรในลักษณะนี้ว่า กลุ่มเกษตรพอเพียง

4.แนวทางเกษตรธรรมชาติ  เป็นโครงการเริ่มกลับเข้าสู่ธรรมชาติโดยสมบูรณ์เป็นโครงการหลวง ซึ่งเป็นการเกษตรแบบพอเพียงอีกแบบหนึ่ง การทำการเกษตรเป็นเป็นธรรมชาติโดยแท้จริงเหมือนสภาพป่าดั้งเดิมที่มนุษย์เพิ่งรู้จักการเพาะปลูก แต่ใช้การบำรุงดินด้วยวัสดุที่มีอยู่ตามธรรมชาติที่เป็นสิ่งมีชิวิต หรืออินทรีย์ธาตุนั่นเอง การทำปุ๋ยจากอินทรีย์ การกำจัดโรคพืชและแมลงด้วยวิธีการของพืชสมุนไพร จากสิ่งมีชีวิต ศัตรูธรรมชาติ (ตัวห้ำ ตัวเบียน)  แต่ยังไม่เป็นที่นิยมนัก ซึ่งผลผลิตอาจจะไม่เพียงพอต่อความต้องการของมนุษย์ที่มีมากขึ้น และทรัพยากรที่ดินในการเพาะปลูกเริ่มลดน้อยลง

การบำรุงดินที่เสื่อมความสมดุลย์เป็นสาเหตุให้พืชขาดธาตุอาหารที่เพียงพอสำหรับการเจริญเติบโต ผิวหน้าดินจับตัวความหนาแน่นของดินสูง ไม่ร่วนซุย ไม่อุ้มน้ำ การถ่ายเทน้ำและอากาศไม่ดี เนื่องจากการใช้ปุ๋ยเคมีลงดินในปริมาณที่มากอย่างต่อเนื่อง การบำรุงดินให้มีโครงสร้างดีได้ ดังนี้

1.วิธีการเติมอินทรีย์ธาตุลงในผิวหน้าดินเพาะปลูก เพื่อปรับความสมดุลย์ให้แก่ดิน ด้วยปุ๋ยอินทรีย์ หรือปุ๋ยที่ได้จากการย่อยสลายเศษสิ่งมีชีวิตในธรรมชาติ ได้แก่ ซากพืช ซากสัตว์ และมูลสัตว์ต่าง ๆ  เช่น ปุ๋ยหมัก ปุ๋ยคอก และปุ๋ยอินทรีย์อัดเม็ด ปุ๋ยเหล่านี้ยังมีธาตุอาหารหลักสำหรับพืชในปริมาณน้อย แต่พืชสามารถดำรงอยู่ได้
 2. วิธีการเติมจุลินทรีย์ ช่วยย่อยสลายอินทรีย์ธาตุในดิน หรือเพิ่มปริมาณจุลินทรีย์หลายชนิดที่มีคุณลักษณะในการย่อยสลาย จุลินทรีย์เหล่านี้ได้แก่ กลุ่มจุลินทรีย์ที่ผลิตกรดแลคติค ,กลุ่มจุลินทรีย์ตรึงไนโตรเจน,กลุ่มจุลินทรีย์เอคทีดนมัยซีทส์,กลุ่มจุลินทรีย์ยีสต์ กลุ่มจุลินทรีย์ที่มประโยชน์ต่อสภาพแวดล้อมเหล่านี้ Bacillus Substil spp ,Lactobacilus,Trichoderma spp ได้นำมาใช้ในการเติมลงดิน หรือใช้ย่อยสลายอินทรีย์ธาตุ ปุ๋ยหมัก ปุ๋ยน้ำชีวภาพ หรือการลดความตรึงโมเลกุลน้ำ
3.วิธีการลดปุ๋ยเคมีโดยให้ธาตุอาหารที่จำเป็นสำหรับพืชทางใบ ที่ประกอบด้วยธาตุอาหารหลัก ไนโตรเจน ฟอสฟอรัส โปรตัสเซียม ธาตุอาหารรอง แคลเซียม แม็คนีเซียม กำมะถัน และธาตุอาหารเสริม โบรอน เหล็ก ทองแดง สังกะสี มังกานีส คอรีน และจุลธาตุที่ได้จากอากาศและน้ำ เช่น คาบอนไดออกไซต์ ออกซิเจน ไฮโดรเจน  ปุ๋ยที่สามารถให้ทางใบ ได้แก่ ปุ๋ยน้ำชีวภาพสกัด หรือปุ๋ยวิทยาศาสตร์ อะตอมมิคนาโน ไบโอเทค เป็นต้น
ธาตุอาหารสำหรับพืช จำนวน 16 ชนิด  ธาตุอาหารสำหรับพืชประกอบด้วยธาตุอาหารหลัก ได้แก่ ไนโตรเจน ฟอสฟอรัส โปรตัสเซียม ธาตุอาหารรอง ได้แก่ กำมะถัน แม็คนีเซียม แคลเซียม ธาตุอาหารเสริม ได้แก่ โบรอน ทองแดง เหล็ก สังกะสี มังกานิส โมลิดินัม คลอรีน อ๊อกซิเจน คาบอนไดออกไซด์ ไฮโดรเจน

 ประเภทของปุ๋ยและจุลินทรีย์ที่ใช้สำหรับการเกษตร

1.ปุ๋ยเคมี ได้ปุ๋ยที่มีธาตุอาหารหลักของพืช จำนวน 3 ธาตุ คือ ไนโตรเจน ฟอสฟอรัส และโปรตัสเซียม จะประกอบด้วยปริมาณเป็นเปอร์เซนต์ธาตุต่อปริมาณน้ำหนักรวม 100 กิโลกรัม  จะเป็นสูตรผสมธาตุรวม 3 ธาตุ คือ N-P-K  ในธาตุแต่ละตัวจะมีคุณสมบัติในการพัฒนาต้นพืชที่แตกต่างกันและเหมือนกันบ้าง เช่น ไนโตเจนจะพัฒนาส่วนที่เป็นใบของพืชเป็นหลัก ฟอสฟอรัสจะพัฒนาส่วนที่เป็นดอกผลของพืชเป็นหลัก สำหรับโปรตัสเซียมจะพัฒนาส่วนที่เป็นโครงสร้างของพืช เช่น ราก ลำต้น กิ่ง ก้าน รวมถึงการสร้างแป้งและน้ำตาล เสริมความต้านทานให้แก่พืช ธาตุอาหารหลักของพืชกับมนุษย์ที่มีประโยชน์น้อย ไม่เหมือนธาตุอาหารรองของพืชบางชนิด ที่มีประโยชน์กับมนุษย์มาก ได้แก่ แคลเซียม เป็นต้น สำหรับธาตุอาหารเสริมพืชส่วนใหญ่เป็นธาตุที่มีประโยชน์สำหรับมนุษย์เช่น เหล็ก สังกะสี มังกานีส ทองแดง

ประเภทของปุ๋ยเคมีที่ใช้บำรุงต้นพืช ได้แก่ ปุ๋ยเคมีแบบกระสอบตามสูตรธาตุที่เหมาะสมสำหรับพืชแต่ประเภทตามลักษณะของผลผลิตของพืช  เช่น สูตร 46-0-0 (ยูเรีย) สูตร 16-20-0  สูตร 15-15-15  สูตร  16-8-8  สูตร 21-4-21 ฯลฯ ปุ๋ยเคมีจะประกอบด้วยธาตุอาหารหลักของพืช ไนโตรเจน ฟอสฟอรัส และ โปรตัสเซียม  ปุ๋ยอินทรีย์อัดเม็ดกระสอบไม่มีสูตร คุณภาพตามคุณลักษณะการผลิตตาม จะมีธาตุอาหารบำรุงพืชที่น้อยกว่าปุ๋ยเคมี  ปุ๋ยชีวภาพที่เกิดจากการหมักเศษพืชและเนื้อสัตว์ด้วยเชื้อจุลินทรีย์ เป็นปุ๋ยน้ำสำหรับฉีดพ่นทางใบและรดให้กับต้นพืช  และปุ๋ยวิทยาศาสตร์ที่มีขบวนการผลิตแบบสกัดเข้มข้นเป็น อะตอมมิคนาโนเทค ซึ่งกำลังนิยมใช้ทดแทนปุ๋ยเคมี กันอย่างแพร่หลายในปัจจุบัน 

2.ปุ๋ยอินทรีย์ คือ ธาตุอาหารของพืชที่ได้จากการย่อยสลายจากวัสดุหรือสิ่งมีชีวิต หรือ เรียกว่า อินทรีย์ธาตุ ได้แก่ ปุ๋ยหมัก ปุ๋ยคอก ปุ๋ยชีวภาพ และปุ๋ยอินทรีย์อัดเม็ดทางการค้า และรวมทั้งปุ๋ยที่ได้จากการหมักและการย่อยสลายวัสดุอินทรีย์ ได้แก่ปุ๋ยน้ำชีวะภาพสกัด ซึ่งมีธาตุอาหารของพืชที่หลากหลายชนิดแต่เปอร์เซ็นต์ของธาตุอินทรีย์ที่ได้นั้นมีจำนวนน้อยกว่าธาตุที่ได้จากปุ๋ยเคมี

 3.จุลินทรีย์ คือเชื้อจุลินทรีย์หลากหลายชนิดขนาดเล็กรวมถึงเชื้อโรคที่ไม่สามารถมองเห็ดด้วยตาเปล่าและขนาดเล็กที่มีการรวมตัวแล้วสมารถเห็ดได้ด้วยตาเปล่ามีทั้งลักษณะที่เป็นสัตว์และพืช ซึ่งสามารถย่อยสลายวัสดุอินทรีย์หรือสิ่งมีชีวิตที่เน่าเปื่อย และจุลินทรีย์ที่ได้นำมาใช้ทางการเกษตรสามารถแยกประโยชน์นำไปใช้ได้ มีทั้งจุลินทรีย์ที่ย่อยสลายวัสดอินทรีย์ และใช้เป็นการกำจัดแมลง จากการวิจัยและผลิตจาก กรมพัฒนาที่ดิน พด.1,พด.2 และ พด.3  มีไว้แจกจ่ายให้แก่เกษตรกร หรือเชื้อจุลินทรีย์จากการวิจัยและผลิตจากองค์กร หน่วยงานของเอกชน มีไว้จำหน่าย เพื่อนำไปบำรุงดินเช่น หัวเชื้ออีเอ็ม   จุลินทรีย์ที่นำมาใช้กำจัดแมลง ได้แก่เชื้อราบิวเวอเรีย เมธาไรเซียม และไตรโคเดอม่า เป็นต้น
                      เลือกดูปุ๋ยบำรุงดินและบำรุงพืชแต่ละประเภท
     
การกำจัดแมลงศัตรูพืชด้วยสารอิทรีย์ และเชื้อราบิววาเรีย

การกำจัดแมลง ศัตรูพืชที่ได้ผลและปลอดภัยต่อสภาพแวดล้อมและปลอดภัยต่อผู้ใช้  ด้วยวิธีใช้สารอินทรีย์ร่วมกับจุลินทรีย์เชื้อราบิววาเรีย เช่น เพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล เพลี้ยไฟ ไรแดง เพลี้ยจั๊กจั่น เพลี้ยแป้ง แมลงบั่ว หนอนผีเสื้อ แมลงหวีขาว หนอนม้วนใบ หนอนกอ ตั๊กแตนกินข้าว มีวิธีการกำจัดที่ได้ผล ดังนี้   

1. การฆ่ากำจัดแมลงตัวแก่และแมลงตัวอ่อน หรือตัวหนอนด้วยจุลินทรีย์ เชื้อราบิววาเรีย หรือ เมตตาไรเซียม โดยผสมน้ำฉีดพ่นในบริเวณที่มีตัวแมลงศัตรูพืชทุก 7 วัน
2.การคุมไข่หนอนแมลงด้วยสารอินทรีย์ ดับเบิ๊ลอี เพื่อควบคุมปริมาณการแพร่ระบาด และการฟักตัวของไข่แมลงที่ทำให้เพิ่มปริมาณอย่างรวดเร็จจนทำให้ต้นพืชที่ถูกแมลงกัดกินตาย
3.การป้องกันแมลงดูดน้ำเลี้ยงในใบและลำต้นพืชโดยการใช้สารอินทรีย์ไรซ์โกลด์ ฉีดพ่นทำให้ต้นพืชมีเนื้อเยื่อแข็งแกร่งยากที่แมลงปากอ่อนจะดูดกินน้ำเลี้ยงจากเซลลำต้นและใบของพืช ได้ง่าย
วิธีการที่ดีที่สุดโดยใช้สารอินทรีย์ดังกล่าวที่มีคุณสมบัติพิเศษเฉพาะใช้ร่วมกันฉีดพ่นบริเวณที่มีแมลงกำลังระบาดหนัก ทุก 7 วัน ติดต่อกัน 2-3 ครั้งจะทำให้แมลงหยุดระบาด และทำการให้ปุ๋ยน้ำทางใบ เพื่อทำการฟื้นฟูต้นพืชทำให้พืชฟื้นตัวได้ดี
ลักษณะการใช้และความแตกต่างของปุ๋ยในแต่ละประเภท คือ
1.ปุ๋ยเคมี เป็นปุ๋ยเม็ดที่ได้จากธาตุอาหารหลัก และธาตุอาหารรองของพืชเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งปรกอบด้วยธาตุอาหารหลักของพืช ไนโตรเจน ฟอสฟอรัส โปรดัสเซียม ที่สามารถผลิตตามสูตรที่นำไปใช้ตามความต้องการของพืช  การนำไปใช้หว่านลงดิน หรือการหยอดบริเวณโดยรอบลำต้นและรากของพืช ต้องมีปัจจัยหลักคือน้ำจะเป็นตัวละลายเนื้อปุ๋ยให้ซึมลงดิน รากพืชจะดูดซับนำไปผ่านขบวนการปรุงอาหารหรือเรียกว่าการสังเคราะห์แสงของพืช เพื่อให้ได้พลังงานนำไปใช้ในการสร้างการเจริญเติบโตและสร้างผลผลิตของพืชเมื่อถึงช่วงสร้างผลผลิต ได้แก่ ดอก ผล หัว และความสมบูรณ์ของต้นพืช
2. ปุ๋ยอินทรีย์ เป็นปุ๋ยเม็ด หรือปุ๋ยที่ได้จากการย่อยสลายของซากพืช ซากสัตว์ มูลสัตว์ สิ่งที่มีชีวิต คุณสมบัติจะให้ธาตุอาหารสำหรับบำรุงพืชเมื่อได้ถูกย่อยสลายเศษวัสดุอินทรีย์ธาตุแล้ว ส่วนหนึ่งที่เป็นเศษวัสดุหรือกากธาตุจะถูกนำไปใช้ประโยชน์ในการปรับโครงสร้างของดินทำให้ดินร่วนซุย และทำให้เนื้อดินอุ้มน้ำได้ดี ปัจจัยสำคัญ คือความชุ่มชื้นและจุลินทรีย์ในดินที่ช่วยในการย่อยสลายอินทรีย์ธาตุเหล่านี้ การนำไปใช้ในการหว่าน หรือใส่ลงในดิน การดูดซึมธาตุอาหารที่ได้จากปุ๋ยอินทรีย์ทางระบบรากเหมือนกับการดูดซับธาตุของปุ๋ยเคมี นำไปผ่านขบวนการสังเคราะห์เพื่อให้ได้พลังงานนำไปใช้ในการสร้างการเจริญเติบโตของพืช ธาตุอาหารที่ได้จากปุ๋ยอินทรีย์ จะได้ทั้ง ธาตุอาหารหลัก ธาตุอาหารรอง และธาตุอาหารเสริมเป็นบางส่วนที่ได้จากสิ่งที่มีชีวิต  ปุ๋ยอินทรีย์ได้แก่ ปุ๋ยอินทรีย์หมักอัดเม็ด ปุ๋ยหมัก ปุ๋ยครอก ปุ๋ยพืชสด ปุ๋ยทับถมจากซากสิ่งมีชีวิต ปุ๋ยหมักน้ำชีวภาพจากสิ่งมีชีวิต เป็นต้น
 3. ปุ่ยน้ำชีวภาพ หรือน้ำหมักชีวะภาพ  เป็นปุ๋ยที่ได้การหมักจากปุ๋ยหมัก ทำให้ย่อยสลายได้อาหารพืชเป็นน้ำ นำไปให้กับพืชโดยการรด หรือฉีดพ่นที่ใบของพืช หรืออัดน้ำชีวิภาพลงดินเพื่อให้พืชดูดซับไปใช้ทางราก การให้ปุ๋ยชีวภาพในการให้ทางใบจะให้ได้ผลดีในช่วงที่พืชเริ่มเตรียมพร้อมในการสังเคราะห์แสง ในช่วงเช้าปากใบของพืชเริ่มเปิดรับธาตุและอุณหภูมิ หลังจากตอนบ่ายปากใบของพืชจปิด ปากใบของพืชคือส่วนปุ๋มเซลของพืชบริเวณใต้ใบ นั่นเอง
4.ปุ๋ยจุลินทรีย์ เป็นจุลินทรีย์สำหรับย่อยสลายเศษวัสดุอินทรีย์นั่นเอง ทั้งวัสดุที่เป็นปุ๋ยอินทรีย์เตรียมพร้อมเพื่อใส่ลงดิน หรือเศษวัสดุอินทรีย์ในดินเพื่อให้ร่วนซุยเปลี่ยนเป็นธาตุอาหารอินทรีย์ในดิน จุลินทรีย์ที่มีคุณสมบัติในการย่อยสลายมีหลายชนิดที่มีประโยชน์สิ่งมีชีวิต และมีโทษต่อสิ่งมีชีวิต ทำหน้าที่ย่อยสลายวัสดุในดิน
5.ปุ๋ยนาโนเทคอะตอมมิคเป็นธาตุอาหารของพืชที่ได้จากการสกัดตามขบวนผลิตทางเทคโนโลยีชั้นสูง จะได้ธาตุอาหารของพืชที่สมบูรณ์ ได้แก่ ธาตุอาหารหลัก ธาตุอาหารรอง และธาตุอาหารเสริมของพืช อยู่ในรูปแค็ปซูลพลังงาน เมื่อเข้าไปในโครงสร้างของพืชแล้วสามารถเพิ่มจำนวนที่เป็นพลังงานมหาศาล เป็นพลังงานสำหรับนำไปใช้กับพืชได้โดยตรง การใช้กับพืชโดยการฉีดพ่นทางใบ หรือทางลำต้นทุกส่วนของพืช รวมถึงระบบรากของพืชที่ดูดซับได้หลังจากฉีดพ่น ปุ๋ยนาโนมีความแตกต่างกับปุ๋ยน้ำชีวภาพอินทรีย์ตรงที่ ปุ๋ยนาโนอะตอมมิคเป็นพลังงานโดยตรงที่พืชสามารถนำไปใช้ได้ทันที ไม่ต้องผ่านขบวนการสังเคราะห์แสง ดังนั้นปุ๋ยนาโนนำไปใช้ได้ตลอดเวลา ไม่ต้องรอช่วงปากใบพืชเปิด และยังสามารถดูดซับให้กับพืชได้ทางลำต้นซึ่งไม่ต้องฉีดพ่นที่ใบ สามารถดูดซับได้ทุกส่วนโดยเฉพาะเซลของพืชที่ยังมีชีวิต เช่น ลำต้นยางพารา ลำต้นมะพร้าวสูง ลำต้นพืชผลไม้ทั่วไปปัจจุบัน ปุ๋ยนาโนอะตอมมิค ได้พัฒนาการผลิตออกเป็น 2 แบบได้แก่ นาโนแบบน้ำ  และนาโนแบบผง
ตัวอย่างปุ๋ยนาโนอะตอมมิคปุ๋ยทางใบสำหรับบำรุงและเพิ่มผลผลิตของพืช
1.ปุ๋ยนาโนแบบน้ำ เอ็นฟังก์ชั่น เป็นหัวเชื้อธาตุอาหารพืชที่ประกอบด้วยธาตุอาหารหลากหลายชนิด ได้แก่ ไนโตเจน ฟอสฟอรัส โปรตัสเซียม แม็คนีเซียม แคลเซียม โบรอน เหล็ก สังกะสี มังกานีส ทองแดง เป็นพลังงานนาโนที่พืชสามารถนำไปใช้ได้โดยตรง ที่สามารถซึมซับเข้าโครงสร้างของพืช ทางราง ลำต้น และใบ
2. ปุ๋ยนาโนแบบผง แค็ปซูลนาโน yic เป็นอาหารเสริมพืชจากแคนนาดา ที่มีจุดเด่นของธาตุบำรุงพืช ได้แก่ ไนโตรเจน ฟอสฟอรัส โปรตัสเซียม และสารฮิวมิคที่ใช้ปรับสภาพความเป็นกรด-ด่างของดินไม่ให้เปลี่ยนแปลงเร็ว ช่วยปรับสภาพของดินเหนียวให้เปิดตัวรับธาตุ อากาศ และอุ้มน้ำได้ดี ช่วยให้พืชฟื้นตัวจากการขาดธาตุอาหารได้อย่างรวดเร็ว การใช้ผสมกับ ไคโตซาน หรือปุ๋ยทางดิน ช่วยให้พืชเพิ่มผลและการพัฒนาของพืชได้ทุกส่วน เช่น การแผ่ขยายของระบบราก การเจริญเติบโตลำต้น ช่อดอก และการติดผล ช่วยให้การผสมเกสรของพืชได้ดี
 วิธีการใช้ปุ๋ยแค็ปซูลนาโน YIC กับนาข้าวทดแทนปุ๋ยเคมี ใช้ปุ๋ยเคมีลดจำนวนลง 20-50% ฉีดพ่นด้วยอาหารเสริมพืชแค็ปซูลนาโน YIC  จำนวน 1 แค็ปซูล ผสมน้ำ 20 ลิตร ในระยะก่อนข้าวออกรวง จำนวน 3 ครั้ง อายุข้าวประมาณ 15 วัน 30 วัน และ 45 วัน หลังจากข้าวออกรวง ใช้ จำนวน 2 แค็ปซุล ผสมน้ำ 20 ลิตร ฉีดพ่นเพิ่มแป้งและน้ำหนักของเมล็ดรวงข้าว ช่วยให้ข้าวได้น้ำหนักดี และเพิ่มแป้ง ลดความชื้น
แนวทางเกษตรอินทรีย์ผสมผสาน ที่ไม่ใช้ปุ๋ยเคมี โดยใช้ร่วมกับอาหารเสริมพืชแค็ปซูลนาโน ไม่มีสารตกค้าง ลดอาการเสื่อมของดิน ไม้ทำลายสภาพแวดล้อม และเพิ่มผลผลิตได้ดี  สภาพแวดล้อมทางธรรมชาติดีขึ้น เพื่อเป็นการทำเกษตรแบบยั่งยืน เป็นแนวทางใหม่ที่เลือกใช้ผลิตภัณฑ์แบบนาโนเทคโนโลยีปรับปรุงสภาพดิน
 

 รับประกันความสบายใจสำหรับผู้สั่งซื้อสินค้า
การสั่งซื้อสินค้า ระบบโอนเงิน เข้าบัญชีธนาคาร
รับประกันความพอใจสำหรับผู้ต้องการขายปุ๋ย
จัดมอบลูกค้าให้ มีพนักงานจัดส่งสินค้าให้

ไม่ต้องสต๊อกสินค้า และจัดทำหน้าร้านออนไลน์ให้ฟรี!

เรือเอก.สมพงษ์ การัณยศิลป์ โทร.081-9883799
Line ID  : sianpui

คลิปวีดีโอ การใช้ปุ๋ยแค็ปซูลนาโน (คลิ๊กดูที่ภาพ)
มันสำปะหลัง    นาข้าว YIC  ผักชี ผักคื่นฉ่าย  มะนาวออกดอก เห็ดนาโนYIC 
นาข้าวใช้ปุ๋ยYIC แก้นาข้าวที่ป่วย   ดอกเบญจมาศ ดอกมะลิ-กุหลาบ YICแพ็คเกจใหม่
 
ปุ่ย-ข้าวอยุธยา ปุ๋ย-ผักไฮโดรฯ ปุ๋ย-มะระจีน ปุ๋ย-ข้าวโพด  ปุ๋ย-ไร่อ้อย

 


ความต้องการ : สอบถามข้อมูล
สั่งซื้อ
เป็นตัวแทนจำหน่าย
ชื่อ-นามสกุล :  *
เบอร์โทรศัพท์ :  *
จังหวัด :  *
ทีอยู่จัดส่ง(กรณีสั่งซื้อ) :
email (ถ้ามี) :
รหัสป้องกันสแปม CAPTCHA Image



 *






ร้านค้าผลิตภัณฑ์เกษตรออนไลน์ -เว็บไซต์-www.phikanes.com -จำหน่ายปุ๋ยอินทรีย์-ปุ๋ยนาโน ปุ๋ยแคปซูลนาโน,ปุ๋ยวายไอซีแค็ปซูลนาโน และผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรนาโน-อาหารเสริมน้ำมันรำข้าว-รับสมัครตัวแทนจำหน่ายร้านค้าทุกจังหวัด จัดจำหน่ายแบบจัดส่งไปรษณีย์ทั่วประเทศ